หน้าเว็บ

วันอังคารที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2557

การจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า


ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า
   เครื่องหมายการค้าที่ได้รับการจดทะเบียนแล้ว สามารถคุ้มครองชื่อ ตรา สัญลักษณ์ โลโก้ รูปภาพ 
รูปถ่าย และแบบต่างๆ และช่วยให้เจ้าของเครื่องหมายสามารถสร้างความโดดเด่นและแตกต่างให้กับสินค้า
หรือบริการของตน เครื่องหมายช่วยให้กลุ่มลูกค้าเข้าใจได้ถูกต้องว่าสินค้าหรือบริการนั้นมาจากแหล่งไหน 
มีคุณภาพและเชื่อถือได้หรือไม่ ไม่ว่าคุณจะเป็นผู้จัดการผลิตภัณฑ์ เจ้าของธุรกิจ นักออกแบบกราฟฟิก 
ฝ่ายขายหรือฝ่ายการตลาด การปกป้องเครื่องหมายสามารถทำให้คุณดำเนินธุรกิจได้อย่างมั่นใจและ
สร้างการรับรู้ให้กับกลุ่มลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
“เครื่องหมาย” สามารถอยู่ในรูปแบบของคำ แบบ 2-D และ 3-D คำสโลแกน เสียง หรือสัญลักษณ์ 
อย่างใดอย่างหนึ่ง รวมไปถึงบรรจุภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง เครื่องหมายแบ่งกลุ่มได้เป็น 4 ลักษณะ
1.เครื่องหมายการค้า เป็นเครื่องหมายที่บ่งชี้ถึงผลิตภัณฑ์ ตัวอย่างเช่น NIKE RED BULL 
หรือ Coca-Cola
2.เครื่องหมายการบริการ เป็นเครื่องหมายที่บ่งชี้ถึงธุรกิจบริการ ตัวอย่างเช่น FedEx Hilton และ 
Kasikorn Bank
3.เครื่องหมายรับรอง  เป็นเครื่องหมายที่ได้รับการตรารับรองว่ามีลักษณะจำเพาะที่เข้าเกณฑ์มาตรฐาน 
ตัวอย่างเช่น ตรามาตรฐานของ Halal ISO หรือ FDA เป็นต้น
4.เครื่องหมายกลุ่ม เป็นเครื่องหมายที่นำมาใช้เพื่อบ่งบอกการรวมกลุ่มกันของธุรกิจหรือผลิตภัณฑ์ 
ตัวอย่างเช่น Siam Cement Group (SCG) หรือ กลุ่ม Charoen Pokphand (CP)
   เครื่องหมายเป็นทรัพย์สินทางปัญญาชนิดหนึ่งที่มีมูลค่าทางการตลาดสูงมาก เนื่องจากแบรนด์ดัง 
อาจมีมูลค่าหลายร้อยล้านดอลล่า ถึงแม้เมื่อเทียบกับสินค้าที่ไม่มีแบรนด์(no-brand) 
แล้วอาจจะไม่ได้มีอะไรที่พิเศษกว่าหรือประกอบด้วยวัตถุดิบหรือสิ่งที่มีมูลค่าที่สูงกว่าแต่อย่างใดเลย

   ก่อนการยื่นจดเครื่องหมายการค้า คุณต้องทำการสืบค้นให้แน่ใจก่อนว่าเครื่องหมายของคุณนั้น
ไม่เหมือนหรือคล้ายกับเครื่องหมายที่ได้รับการจดทะเบียนแล้ว นอกเหนือจากนี้ เครื่องหมาย
ที่สามารถยื่นจดทะเบียนได้นั้นต้องมีลักษณะดังนี้
-มีความบ่งเฉพาะสูง โดดเด่นและแปลกตาเพียงพอที่จะทำให้ลูกค้าสามารถแยกแยะว่าเป็นสินค้า
จากผู้ผลิตรายใดรายหนึ่ง ความบ่งเฉพาะเป็นหัวใจสำคัญในการสร้างเครื่องหมายที่โดดเด่น 
บ่อยครั้งก็จะประกอบด้วยคำประดิษฐ์ ซึ่งเป็นคำที่ไม่มีความหมายและมีเสียงที่ไม่เหมือนใคร 
ตัวอย่างเช่น โพลารอยด์ กูเกิ้ล หรือเอ๊กซอน เครื่องหมายที่บ่งชี้ถึงคุณลักษณะหรือบรรยาย
ถึงตัวสินค้าหรือบริการโดยตรงจะไม่เหมาะสมสำหรับการยื่นจดเครื่องหมายการค้า ชื่อบุคคลหรือ
ชื่อสกุลที่มีความบ่งเฉพาะสูง เป็นชื่อหายาก ก็สามารถนำมายื่นจดทะเบียนการค้าได้ ตัวอย่างเช่น 
Pierre Cardin
-เป็นเครื่องหมายที่ถูกใช้เป็นเวลายาวนานและได้รับการยอมรับจากผู้ใช้โดยทั่วไป 
(Secondary Meaning Rule) หากเป็นเครื่องหมายที่ถูกนำมาใช้ในการให้บริการหรือขาย
สินค้ามาเป็นเวลายาวนาน ผู้ยื่นจดทะเบียนจำเป็นต้องแนบหลักฐานการใช้เครื่องหมายดังกล่าวในการ
ทำการตลาด เพื่อเป็นหลักฐานยืนยันว่าเครื่องหมายนี้ได้รับการยอมรับในกลุ่มลูกค้าแล้ว
-ต้องไม่มีลักษณะที่ต้องห้าม ตามมาตรา8แห่งกฏหมายเครื่องหมายการค้าไทย เครื่องหมายราชการ 
หรือลายธงชาติหรือสัญญลักษณ์อื่นๆที่เกี่ยวข้องกับศาสนาไม่สามารถนำมายื่นจดขึ้นทะเบียนการค้าได้

สิทธิประโยชน์ของการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า
-ได้รับการคุ้มครองสิทธิในเครื่องหมายทั่วประเทศ
-เป็นการประกาศโฆษณาว่าเครื่องหมายการค้าดังกล่าวไม่สามารถนำไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต
 จากเจ้าของ
-ใช้เครื่องหมาย (R) เพื่อบ่งบอกว่าเครื่องหมายนี้ได้รับการจดทะเบียนตามกฏหมายแล้ว
-ได้รับการคุ้มครองถึง 10 ปี ซึ่งสามารถต่ออายุทุกๆ 10 ปี โดยการยื่นคำรองต่ออายุภายใน 
 90 วันก่อนวันหมดอายุ
-ปกป้องสิทธิในการทำตลาดด้วยเครื่องหมาย
-เก็บเกี่ยวผลประโยชน์จากการใช้เครื่องหมาย โดยการให้เช่าสิทธิ์หรือการสร้างแฟรนไชส์

ที่มา : http://www.idgthailand.com/

การจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า

1.เครื่องหมายการค้าของท่านเหมือนหรือคล้ายกับของผู้อื่นหรือไม่
ท่านสามารถตรวจสอบว่าเครื่องหมายของท่านเหมือนหรือคล้ายกับเครื่องหมายของผู้อื่นที่ยื่นจดทะเบียน
ไว้ก่อนหรือไม่ โดยยื่นคำร้องขอตรวจค้นและชำระค่าธรรมเนียม 100บาท ต่อชั่วโมง  
(สามารถตรวจด้วยตนเองที่ฝ่ายบริการและตรวจรับคำขอส่วนบริหารจดทะเบียน ชั้น3)

2.จะใช้แบบพิมพ์อะไร
 . 01    คำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า เครื่องหมายบริการ เครื่องหมายรับรอง  
          และเครื่องหมายร่วม
 . 16    บัตรแข็ง

3.จัดเตรียมคำขออย่างไร
 3.1  พิมพ์ข้อความในแบบพิมพ์  . 01  พร้อมลงลายมือชื่อเจ้าของหรือตัวแทน(ต้นฉบับ)
 3.2  ถ่ายสำเนาแบบพิมพ์  ก. 01  ที่พิมพ์และลงลายมือชื่อเรียบร้อยแล้วตามข้อ 3.1  
      อีก แผ่น
 3.3  ปิดรูปเครื่องหมายที่ชัดเจนมีขนาดกว้างยาวไม่เกิน  5  ซม.  ทุกแผ่น  รวมต้นฉบับเป็น
      6  แผ่น  (ถ้าเกิน ซม.ชำระเงินเพิ่ม ซม.ละ 100 บาท)
 3.4  พิมพ์ข้อความลงในบัตรแข็ง . 16 โดยข้อความทั้งหมดต้องตรงกับแบบพิมพ์ . 01  
      ทุกรายการ  รวม  2  แผ่น พร้อมปิดรูปเครื่องหมายทุกแผ่น
 3.5  รูปเครื่องหมายที่ยื่นขอจดทะเบียนอีก  5  รูป
 3.6  ภาพถ่ายบัตรประจำตัวเจ้าของเครื่องหมายในกรณีเป็นบุคคลธรรมดา หรือต้นฉบับ
      หนังสือรับรองนิติบุคคลที่ออกให้ไม่เกิน  6  เดือน  กรณีเป็นนิติบุคคล
 3.7  ภาพถ่ายหนังสือมอบอำนาจ  . 18  ซึ่งถ่ายจากต้นฉบับที่ติดอากร 30 บาท  ต่อ
      ผู้รับมอบอำนาจ 1 คน พร้อมขีดฆ่าอากรและภาพถ่ายบัตรประจำตัวประชาชนของ
      ผู้รับมอบอำนาจ 
      (ถ้ามีการมอบอำนาจ)

4.ค่าธรรมเนียม
 ยื่นคำขอจดทะเบียน สินค้า/บริการ อย่างละ      500   บาท
 เมื่อรับจดทะเบียน สินค้า/บริการ อย่างละ       300    บาท
 ยื่นคำขอต่ออายุ สินค้า/บริการ อย่างละ        1,000  บาท

5.การคุ้มครองเครื่องหมาย
เครื่องหมายที่จดทะเบียนแล้วมีอายุการคุ้มครอง 10 ปี นับแต่วันที่ยื่นคำขอจดทะเบียนและ
ต่ออายุได้คราวละ  10  ปี  การต่ออายุให้ยื่นคำขอภายใน  90  วัน  ก่อนวันสิ้นอายุ

6.การยื่นคำขอต่ออายุ
ให้ใช้แบบพิมพ์ . 7 (คำขอต่ออายุและ . 17 (บัตรแข็งต่ออายุ)ส่วนวิธีจัดเตรียมคำขอ
ปฏิบัติเช่นเดียวกับ .01 และ .16 กรณีตั้งตัวแทนใหม่ ให้ยื่น . 06(คำขอแก้ไขเปลี่ยนแปลง)  
ด้วย

7.สถานที่ยื่นคำขอ

 ส่วนบริหารงานจดทะเบียน ชั้น สำนักเครื่องหมายการค้า กรมทรัพย์สินทางปัญญา  

หรือสำนักงานพาณิชย์จังหวัดสิงห์บุรี



ที่มา : http://www.moc.go.th/opscenter/sg/TM_01.htm








ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น